การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ (Checklists)
การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการหรือ Checklists ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจพฤติกรรมเด็กได้ดีขึ้น ในการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการนั้น ครูประจำชั้นจะต้องตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะศึกษาอะไร หลังจากนั้นนำมาสร้างแบบประเมินผลพัฒนาการโดยอาศัยทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก (นภเนตร ธรรมบวร, 8537 : 74) แบบประเมินผลพัฒนาการถือเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการประเมินรูปแบบพฤติกรรมของเด็ก การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการจะให้ผลดีที่สุดถ้ามีการใช้ควบคู่กับการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ ช่วยประหยัดเวลาครูประจำชั้นได้มากในกรณีที่ครูประจำชั้นไม่มีเวลามากนัก แต่ในแนะเดียวกัน ถ้าใช้แบบประเมินผลพัฒนาการแต่เพียงอย่างเดียว ครูประจำชั้นก็ไม่อาจทราบถึงรายละเอียดของพฤติกรรม พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก ข้อที่ควรระมัดระวังอีกอย่างหนึ่งในการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ คือ ครูมีแนวโน้มที่จะเช็กพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของเด็กให้อยู่ในช่วงกลาง ๆ มากกว่าที่จะเป็นช่วงต่ำสุดหรือสูงสุด
ข้อดีของการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ (Advantages of check-lists)
Mcafee และ Leong (1994 : 95)กล่าวถึงข้อดีของการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ ดังต่อไปนี้
- เป็นการประหยัดเวลา การบันทึกข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- การประเมินผลพัฒนาการมีความยืดหยุ่นได้ สะดวกต่อการทบทวนวิเคราะห์และตีความข้อมูล
- การประเมินผลพัฒนาการไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จสิ้นในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ แต่สามารถทำอย่างต่อเนื่องได้
- เนื่องจากการประเมินผลโดยใช้แบบประเมินผลพัฒนาการนั้นไม่ได้มีความชับซ้อนมากนัก เพราะฉะนั้นจึงเป็นการง่ายต่อการฝึกบุคคลากรที่เกี่ยวข้องเช่น ครูผู้ช่วยในการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการได้
- แบบประเมินผลพัฒนาการสามารถติดตามความก้าวหน้า และพัฒนาการของเด็กได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ
ข้อจำกัดของการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ (Disadvantages of checklists)
Mcafee และ Leong (1994: 95) กล่าวถึงข้อจำกัดของการใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ ดังต่อไปนี้
- แบบประเมินผลพัฒนาการสามารถประเมินผลได้ในวงพฤติกรรมที่จำกัดเท่านั้นเพราะฉะนั้นการทบทวนสะท้อนความคิดวิเคราะห์ และตีความข้อมูลควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง
- เนื่องจากแบบประเมินผลพัฒนาการ สามารถประเมินผลได้ในวงจำกัด ยึงไม่อาจประเมินพฤติกรรม และการเรียนรู้ที่ซับซ้อนได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น