ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

7.การใช้แฟ้มผลงานเด็ก

 แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios)

        แฟ้มผลงานเด็ก หรือที่ภาษาอังกฤษใช้ศัพท์ว่า Portfolios นั้นไม่ได้เป็นของใหม่ในวงการศึกษาบ้านเรา อย่างไรก็ตาม การใช้แฟ้มผลงานเด็กในการประเมินผลพัฒนาการเด็กถือว่าเป็นความคิดที่ยังไม่แพร่หลายมากนักในวงการศึกษาในปัจจุบัน

        นักการศึกษา Mcafee และ Leong (1994:111) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวม (Compiling & organizing) และตีความข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเด็ก แฟ้มผลงานเด็กโดยตัวเองไม่ถือว่าเป็นวิธีการประเมินผล แต่เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากวิธีการอื่น ๆ เพื่อใช้ในการประเมินผล

        แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป

        Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวว่า ความหมาย ชนิดหรือ ข้อแนะนำเกี่ยวกับแฟ้มผลงานเด็กไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอน ตายตัว หรือเป็นมาตรฐานในทางตรงกันข้าม แฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios เป็นวิธีการที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มบุคคล กลุ่มแต่ละกลุ่มพัฒนาแฟ้มผลงานในลักษณะที่แตกต่าง กัน ทั้งนี้ข้อยู่กับจุดประสงค์และความสนใจของครูและเด็กในกลุ่มนั้น ๆ (Murphy

& Smith, 1990)


📍ลักษณะของแฟ้มผลงานเด็ก

Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวถึง ลักษณะโดยทั่ว ๆ ไปของแฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios ว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้

  • แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios) สามารถยึดหยุ่น (flexible) และปรับเปลี่ยนได้ (adaptable) เนื้อหาสาระ และกระบวนการของการเลือกผลงานหรือสิ่งที่จะรวบรวมในแฟ้มผลงานเด็กสามารถยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัยและระดับพัฒนาการของเด็ก วัตถุประสงค์ของโรงเรียนหรือหน่วยงาน และข้อพิจารณาอื่น ๆ
  • แฟ้มผลงานเด็กสามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ

ของเด็ก

  • แฟ้มผลงานเด็กมุ่งเน้นที่ความสามารถหรือจุดเด่นของเด็ก จะเน้นสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้
  • แฟ้มผลงานเด็กเอื้อต่อการประเมินผลพัฒนาการแบบต่าง ๆ
  • เด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่าง ๆ เข้ามาเก็บในแฟ้มของตน ในขณะเดียวกัน เด็กมีโอกาสที่จะทบทวน วิเคราะห์ (reflection) ผลงานแต่ละชิ้นที่ตนเลือก
  • แฟ้มผลงานเด็กคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เนื่องจากในแฟ้มผลงานเด็ก ครูสามารถรวบรวมผลงานซึ่งเด็กทุกคนทำ ในขณะเดียวกันก็สามารถรวบรวมผลงานซึ่งเป็นผลงานเฉพาะของเด็กแต่ละคนด้วย
  • แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อการประเมินผลที่ต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทำเพื่อการประเมินผลที่คงที่ เช่น รายงานคะแนนหรือเกรด เป็นต้น
  • แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการเรียนของเด็ก

วัตถุประสงค์ของแฟ้มผลงานเด็ก

        Mcafee และ Leong (1994 : 112 - 113) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็กสามารถช่วยประเมินวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ในชั้นเรียนได้ เช่น ช่วยตัดสินเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็ก เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการรายงานและสื่อสารกับผู้ปกครองและ บุคคลรอบข้างเกี่ยวกับตัวเด็ก บอกเล่าถึงการเรียนการสอนที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนแก่บุคคลอื่น และเป็นข้อชี้บ่งเบื้องต้นสำหรับเด็กที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

        แฟ้มผลงานเด็กสามารถช่วยประเมินวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้อีก โดยทั้งนี้ต้อง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานและวิธีการจัดการ (Organize) แฟ้มผลงาน นั้น ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าครูต้องการที่จะประเมินเด็กโดยมีพื้นฐานอยู่ที่ผลงานต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมไว้ในแฟ้มผลงาน ดังนั้นในแฟ้มผลงานเด็กก็ควรจะมีผลงานที่ดีที่สุดในความรู้สึกของเด็กหรือครู หรือผลงานขั้นสุดท้าย เป็นต้น ถ้าครูต้องการทราบพัฒนาการของเด็กเป็นช่วง ๆ อย่างต่อเนื่องครูก็อาจจะต้องมีการเก็บรวบรวมผลงานชิ้นที่ดีที่สุดของเด็กเป็นช่วง ๆ ไป จุดประสงค์สำคัญประการหนึ่งในการมีแฟ้มผลงานเด็ก คือ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาการเรียนรู้โดยผ่านการทบทวน การสะท้อนความคิด (Reflection) และการประเมินผลตนเอง (Self - assessment)

       จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของการมีแฟ้มผลงานเด็ก คือ เป็นการสรุปข้อมูลที่ต่อเนื่องและหลากหลายของพัฒนาการเด็ก เพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็กในการเรียนการสอน ข้อดีประการหนึ่งของแฟ้มผลงานเด็กก็คือ เป็นการแสดงให้เห็นว่าการประเมินผลนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีขึ้นเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก นั่นเอง


📍การจัดระบบและการเลือกผลงานในแฟ้มผลงานเด็ก

  1. ระบบตัวชี้บ่ง (Indicator systems) ระบบตัวชี้บ่งเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่าระบบหลัก (Core items) ในระบบนี้ครูจะระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการรวบรวมผลงานหลัก ๆ ที่ระบุ อาจได้แก่ ภาพวาดของเด็ก ผลงานทางด้านการตัด การปะ ตัวอย่างงานเขียนของเด็ก เป็นต้น ผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่มีหลักตายตัว แน่นอนสามารถยึดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครูและเด็กนั่นเอง
  2. ระบบตัวอย่างผลงาน (Work sample systems) ระบบตัวอย่างผลงานจะเลือกผลงานจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนโดยครูจะไม่ระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บรวบรวมล่วงหน้า ระบบตัวอย่างผลงานให้อิสระกับครู และเด็กในการเลือกผลงานเก็บรวบรวมไว้ในแฟ้ม

     


📍ข้อพึงตระหนักในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก

  1. ผลงานที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานเป็นตัวแทน (representative) ของ สิ่งซึ่งเด็กสามารถทำได้จริงหรือไม่
  2. ผลงานของเด็กที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานมีการระบุรายละเอียดของการทำงานหรือไม่ เช่น เป็นงานที่เด็กได้รับการช่วยเหลือจากครู งานอิสระที่เด็กทำเอง งานที่เด็กทำเป็นกลุ่ม เป็นต้น
  3. ผลงานที่เก็บรวบรวมสอดคล้องกับวิธีการสอนและพัฒนาการของเด็กหรือไม่
  4. แฟ้มผลงานเด็กได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมาตรฐานการประเมินผลมีความเที่ยงตรงหรือไม่ในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก ข้อพึงตระหนักสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เวลา ที่เด็กเลื่อนชั้น ครูประจำชั้นจะต้องตัดสินใจว่าผลงานชิ้นไหนที่ครูประจำชั้นคนใหม่ควรมีโอกาสได้เห็น ได้ทราบ ในขณะเดียวกันควรเขียนสรุปเกี่ยวกับการเรียนรู้ และ พัฒนาการของเด็กแนบไปด้วย
ที่มา : นกเนตร ธรรมบวร. (2540) การประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

3.การเขียนบันทึกคำพูดเด็ก

  การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes)        การเขียนเรื่องราวสั้น ๆ เกี่ยวกับตัวเด็กจัดเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กได้ดีขึ้น ครูอาจเขียนเรื่องราวสั้น ๆ เกี่ยวกับตัวเด็กจากเหตุการณ์ที่มีความหมายทั้งกับตัวครูและตัวเด็ก ในการเลือกเหตุการณ์ที่นำมาเขียน จะบ่งบอกถึงการให้ความสำคัญของครูต่อพฤติกรรมเด็ก และช่วยให้ครูตอบคำถามที่ตนอยากรู้ได้ดีขึ้นเช่น หลังจากสังเกตเด็กมาระยะเวลาหนึ่ง ครูออมเกิดความสงสัยว่าทำไมเด็กในห้องของตน บางคนถึงร้องให้เวลาที่จะจากคุณพ่อคุณแม่มาเข้าชั้นเรียนทุกวัน ในขณะที่เด็กบางคนไม่ร้องไห้ แต่กลับเดินเข้าชั้นเรียนอย่างร่าเริง พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ทั้งสองกลุ่มมีปฏิกริยาแตกต่างกันอย่างไรเวลามาส่งลูกเข้าชั้นเรียนและเด็กมีปฏิกริยาอย่างไร เมื่อต้องจากกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง การเขียนบันทึกสั้น ๆ เกี่ยวกับเด็กเวลาที่ต้องจากกับผู้ปกครองมาโรงเรียน ช่วยให้ครูเข้าใจปัญหานี้ได้ดีขึ้น หรือในกรณีที่ครูต้องการทราบข้อมูลเฉพาะของเด็กที่ตนสงสัยว่าจะมีปัญหา การเขียนบันทึกสั้น ๆ ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กและสถานการณ์รอบตัวเด็ก       ในการบ...

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

https://drive.google.com/file/d/1RBcsgVWY9tBYWAdfdoSHIPkHH30ovHMO/view?usp=sharing

แนะนำตัวเอง

  ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ : นางสาวพรวิมล กิติพันธ์ อายุ : 21 ปี ชั้นปีที่ 3 กำลังศึกษา  สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ช่องทางการติดต่อ : 0621052790 การวางแผนการเรียนรู้ 1. ศึกษาแผนการเรียน หรือ เนื้อหาการเรียนล่วงหน้า 2. เข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ 3. ส่งงานให้ครบและตรงต่อเวลา 4. ทบทวนบทเรียนอยู่เป็นประจำ ความคาดหวังในการเรียนรู้     มีความคาดหวังในการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการและหลักการในการประเมิน ที่จะนำไปประเมินพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็ก ไก้แก่ ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา และวิธีการนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินตามกิจกรรมหรือตามบริบทของโรงเรียน ห้องเรียน ให้มีความทันสมัย เพื่อที่จะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ